แปล NAATI สำหรับวีซ่านักเรียน 500
แปล NAATI สำหรับวีซ่านักเรียนออสเตรเลีย 500 — เอกสารหลัก: ทรานสคริปต์ทุก level (ม.6/ปริญญาตรี/โท), ใบรับรองการเรียน, ใบเปลี่ยนชื่อถ้ามี, Statement of Purpose (ถ้าเขียนภาษาไทย)
- 1ทรานสคริปต์ทุกใบ (ม.ปลาย, ป.ตรี, ป.โท) — ต้องแปลครบทุกเทอม
- 2ปริญญาบัตร / Degree Certificate
- 3IELTS/PTE — ไม่ต้องแปล (เป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว)
- 4Statement of financial support จากผู้ปกครอง — แปล NAATI
- 5ใบเปลี่ยนชื่อ (ถ้าชื่อในทรานสคริปต์ต่างจากพาสปอร์ต)
คำถามที่พบบ่อย
- GTE statement เขียนไทยได้ไหม?
- เขียนอังกฤษเลยดีกว่า — ถ้าไม่ถนัดเรามีบริการ ghost-write + NAATI stamp
- หนังสือรับรองจากที่ทำงานพ่อแม่ต้องแปลไหม?
- ต้อง — DHA ต้องอ่านได้ภาษาอังกฤษเพื่อประเมิน financial capacity
หัวข้อ NAATI อื่นที่น่าสนใจ
เจาะลึกงานแปลรับรอง NAATI สำหรับออสเตรเลียเพิ่มเติม
คู่มือเหล่านี้อธิบายขั้นตอนที่อาจเกี่ยวข้อง โปรดยืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่น:
- คู่มือปฏิบัติ: เอกสารที่ต้องเตรียม ลำดับการรับรอง และจุดที่ถูกตีกลับบ่อย
- ตารางเปรียบเทียบเส้นทาง: หน่วยงานปลายทางรับแบบไหน และควรเลือกอย่างไร
ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องใช้เส้นทางไหน ส่งไฟล์สแกนมาให้ทีมตรวจก่อนได้ — LINE @THAIL · โทร 092-0170000 · อีเมล Contact@thailaw-accounting.co.th
เอกสารที่ต้องเตรียมโดยทั่วไป
- สแกนสีความละเอียดสูงของเอกสารต้นฉบับครบทุกหน้า รวมตราประทับและลายเซ็น
- หน้าหนังสือเดินทางเพื่อยืนยันการสะกดชื่อภาษาอังกฤษ
- ข้อมูลหน่วยงานปลายทาง (Department of Home Affairs / มหาวิทยาลัย / สภาวิชาชีพ)
- หมายเลขคำขอวีซ่าหรือ reference ของหน่วยงาน (ถ้ามี)
สาเหตุที่เอกสารมักถูกตีกลับ
- คำแปลต้องครบถ้วนทุกข้อความ การตัดทอนบางส่วนถือว่าไม่ใช่คำแปลรับรอง
- เอกสารที่ขีดฆ่าหรือแก้ด้วยปากกา ควรขอฉบับใหม่จากหน่วยงานผู้ออก
- สะกดชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกฉบับในชุดเดียวกัน
ไม่อยากยุ่งยากกับขั้นตอนเหล่านี้เอง ส่งไฟล์สแกนมาให้เราดำเนินการแทนได้ทั้งชุด ตั้งแต่แปลจนถึงการรับรองขั้นสุดท้าย
ขั้นตอนการทำงาน — แปลรับรอง NAATI สำหรับออสเตรเลีย
- สแกนสีให้ครบทุกหน้า และตรวจการสะกดชื่อ-นามสกุลให้ตรงกับหนังสือเดินทาง
- ยืนยันกับหน่วยงานปลายทางในออสเตรเลียว่ารับรูปแบบการรับรองและชนิดไฟล์แบบใด
- ให้ผู้แปลที่ได้รับการรับรองจัดทำคำแปล พร้อมตราและข้อความรับรอง
- ตรวจทานชื่อ วันที่ และตัวเลขทุกจุดเทียบต้นฉบับก่อนออกฉบับสมบูรณ์
- ส่งมอบไฟล์ที่ลงลายมือชื่อดิจิทัลหรือชุดพิมพ์ แล้วแนบเข้ากับใบสมัครที่ใช้งาน
ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาพิจารณากำหนดโดยหน่วยงานแต่ละแห่ง ผันแปรตามชนิดเอกสารและประเทศปลายทาง ควรยืนยันกับหน่วยงานที่รับผิดชอบอีกครั้ง
เดินเรื่องเอง vs ให้ iLC ดูแลให้
| หัวข้อ | เดินเรื่องเอง | ให้ iLC ดูแล |
|---|---|---|
| การตรวจว่าต้องผ่านขั้นตอนใดบ้าง | ต้องอ่านระเบียบของหน่วยงานปลายทางเอง และมักทราบว่าขาดขั้นตอนเมื่อถูกตีกลับแล้ว | ทีมที่ปรึกษาตรวจเอกสารให้ก่อนเริ่มงาน แล้ววางลำดับ แปล–รับรอง–กงสุล–สถานทูต ให้ครบในครั้งเดียว |
| เวลาที่ต้องใช้เดินเรื่อง | ต้องเดินทางไปหน่วยงานหลายรอบ จองคิว และรอรับเอกสารด้วยตนเอง | ทีมงานเดินเรื่องแทนได้ทั้งหมด ลูกค้าส่งไฟล์สแกนและรับเอกสารคืนทางไปรษณีย์หรือขนส่ง |
| ความเสี่ยงที่คำแปลจะไม่ผ่าน | ชื่อหน่วยงาน ตำแหน่ง และรูปแบบใบรับรองคำแปลมักไม่ตรงกับที่ปลายทางยอมรับ | ใช้ชุดคำศัพท์และรูปแบบใบรับรองที่หน่วยงานปลายทางเคยรับจริง พร้อมตรวจทานสองชั้น |
| เมื่อเอกสารถูกตีกลับ | ต้องเริ่มหาสาเหตุและยื่นใหม่เอง เสียรอบและเสียเวลาเพิ่ม | ทีมงานวิเคราะห์สาเหตุ แก้ไข และยื่นใหม่ให้ต่อเนื่อง โดยแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะ |
กรณีการใช้งานที่ลูกค้าใช้บ่อย
- ยื่นวีซ่าออสเตรเลีย
- สมัครเรียนและเทียบวุฒิ
- ขึ้นทะเบียนวิชาชีพ
- ใช้กับหน่วยงานรัฐของออสเตรเลีย
เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างทำเอกสาร
ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ทีมงานจะประเมินก่อนว่าเอกสารของคุณต้องผ่านกี่ชั้น หน่วยงานใดบ้าง และลำดับใดที่ถูกต้องสำหรับปลายทางที่คุณจะยื่นจริง เพราะการวางลำดับผิดเพียงขั้นเดียวมักทำให้ต้องเริ่มใหม่ทั้งชุด ประสบการณ์มากกว่า 15 ปีทำให้เราเห็นรูปแบบการตีกลับของแต่ละหน่วยงานและป้องกันได้ตั้งแต่ต้น
- ประเมินเส้นทางรับรองให้ตรงกับหน่วยงานปลายทางก่อนเริ่มงาน
- ตรวจความเสี่ยงที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับ ตั้งแต่การสะกดชื่อจนถึงอายุเอกสาร
- วางลำดับการยื่นให้สอดคล้องกับกำหนดเวลาที่คุณมี
ปรึกษาทีมงานได้ที่ LINE @THAIL · 092-0170000 · Contact@thailaw-accounting.co.th
สอบถามทีมงาน